เป็นวันที่สองแล้ว ที่ฉันกับแม่ช่วยกันรื้อห้องเก็บของ ที่จริงกาลเวลาในห้องนั้น คงไม่ขยับเขยื้อน ถ้าโครงการสร้างบ้านอีกหลัง ไม่ใกล้เวลาเข้ามาทุกที ห้องเก็บของเป็นสิ่งเดียว ที่จะยังคงอยู่ เพียงแต่จะเปลี่ยนสภาพให้ดีขึ้น และคงทำอะไรไม่ได้ ถ้าไม่รื้อมันออกเสียก่อน

ไม่รู้ว่าบ้านคนอื่นเป็นยังไง แต่ของ ในห้องเก็บของบ้านฉัน ช่างหลายหลาก อัศจรรย์ ไม้จิ้มฟัน ยัน วีลแชร์ (รถเข็นสำหรับผู้เดินไม่ได้)

กล่องเก่าเก็บมากมาย เรียกว่า ของตั้งแต่บ้านหลังแรก ที่ล่วงมา สามสิบกว่าปี ยังคงอยู่ ตอนย้ายมาบ้านหลังปัจจุบัน ก็เร่งรีบจนไม่ได้คัดสรร เรียกว่า หยิบทุกอย่างลงกล่อง ใส่ถุง แล้วก็วางนิ่งมาถึงปัจจุบัน

เราแบ่งหมวดหมู่ เป็นของทิ้ง ของบริจาค ของที่จะเก็บต่อ ปริมาณของทิ้งมีเยอะที่สุด นิตยสารมีตั้งแต่ แพรว ยัง 30 บาท พี่เบิร์ด พี่มอส ยังใส หนังสือฮาวทูรุ่นดึกดำบรรพ์ ชีทสมัยมหาวิทยาลัย ฯลฯ ของบริจาค มีทั้งให้วัดสวนแก้ว อีกส่วนคงส่งมอบให้บ้านพิพิธภัณฑ์ คงได้คุณค่า กว่าเก็บเอาไว้เอง

เอาเข้าจริง ๆ ของที่จะเก็บไว้มีน้อยที่สุด และดูแล้วไม่ได้มีราคา เท่ากับค่าทางจิตใจ เราต่างคนต่างเลือก แม่ กับฉัน

นำมาวางไว้รวม ๆ กัน ก่อนจะจัดใส่กล่อง รอเวลาย้ายมาไว้ในบ้านชั่วคราว ไม่มีใครอยากหอบของที่เต็มไปด้วยฝุ่น กลับมาบ้านทันที ยกเว้นกล่อง กล่องนึง ที่ฉันหอบกลับเข้าบ้านมาด้วย เมื่อบ่ายนี้

กล่องไปรษณีย์ไซส์ใหญ่สุด ถูกปัดฝุ่น เช็ดเบา ๆ ข้างในบรรจุกล่องไปรษณีย์ไซส์เล็ก อีกหลายใบ และข้างในกล่องเหล่านี้ คือ จดหมายจากเพื่อน ๆ ที่ส่งถึงฉัน ครั้งที่จากไปเรียน ยังมหาวิทยาลัยแดนไกล ที่เดี๋ยวนี้ ยิ่งไกลกว่าเดิม

จดหมายถูกแบ่งตามชั้นปี ที่เรียน ปีแรก ๆ เขียนเยอะก็หลายกล่อง ปีหลัง ๆ ความห่างไกล ค่อยเคยชิน จดหมายก็น้อยลงตามไป

หอบกล่องกลับมา ตั้งใจว่า จะนั่งเลือกฉบับไหนเก็บ ฉบับไหนตัดใจทิ้ง เริ่มเปิดอ่านทีละซอง  ๆ เพื่อนสนิทในกลุ่ม 3 คน ส่งจดหมายหาฉันตลอดอยู่แล้ว แต่ได้เจอจดหมายจากเพื่อนคนละกลุ่ม อีกหลายคน บางคนนึกไม่ออกด้วยซ้ำ ว่าฉันเคยเขียนไปหาเค้า หลายฉบับเป็นของเพื่อนสมัยเด็ก ๆ

อ่านไป ยิ้มบ้าง ขำบ้าง งงบ้าง เรื่องราวเก่า ๆ ที่ลืมเลือน ชื่อผู้คนที่นึกไม่ออก โทรศัพท์หาเจ้าของจดหมายคนนึง ถามว่า “แกอยากได้จดหมายที่เขียนหาฉันรึเปล่า” เพราะบางเรื่อง คนเขียนคงจำได้มากกว่าคนอ่าน บอกไปว่า เดี๋ยวจัดเสร็จ จะเอาไปให้

เพื่อนสนิทบางคน เขียนจดหมายด้วยความถี่สูงมาก นอกจากจดหมาย ยังมีอัดเทปส่งให้กันเป็นระยะ โลกสมัยที่การสื่อสารยังไม่ฉับไว โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ไฮโซ ทำให้เรามีเวลา และคิดถึงกัน ได้เป็นรูปธรรม จนจับต้องความรู้สึกได้ถึงวันนี้

บางข้อความ บอกถึงการรอคอยการตอบกลับ ไปรษณีย์ไทยสมัยนั้น กรุงเทพ ปัตตานี ใช้เวลาเดินทางเกือบอาทิตย์

ความรู้สึกของการเดินไปตึกจดหมาย ที่มหาวิทยาลัย ไปยืนที่ช่องจดหมาย ที่เรียงตามพยัญชนะไทย ช่องอักษร อ อ่าง หยิบจดหมายทั้งปึกมาดู จะมีชื่อตัวเองไหม วันไหนที่มีแต่ อ อ่าง ของคนอื่น ก็เดินหงอย ๆ กลับหอ วันไหนโชคดี จดหมายมาถึงพร้อม ๆ กันหลายฉบับ ก็เริงร่า รีบเปิดซอง เดินไปอ่านไป

รับรู้กันและกันผ่านตัวอักษร สุข ทุกข์ ยินดี คำปลอบใจ แม้ถ้อยคำอาจเดินทางมาช้า แต่ความรู้สึกไม่เคยสายไป

สุดท้าย ฉันก็อ่านจดหมายแบบคร่าว ๆ ได้เพียงกล่องแรก ก่อนจะหยิบกล่องอื่น ๆ มาเปิดดูแล้วก็ปิด เช็ดฝุ่นที่เกาะอีกครั้ง หยิบกองที่แยกไว้ เพราะคิดจะเอาไปให้เจ้าของ รวมไว้เช่นเดิม

สุดท้าย ไม่มีฉบับไหนที่ตัดใจทิ้ง ไม่มีฉบับไหนกลับสู่เจ้าของ ใครหลายคน อาจหล่นหาย เพราะความเติบโต ความห่าง ความต่าง แต่จะยังอยู่เสมอในความทรงจำ ที่เคยคิดถึง




Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

big smile big smile big smile

#1 By ไอ้ไทม์ on 2009-01-23 20:06

อิอิ เดาตอนจบถูก

มีเหมือนกัน แต่ความที่เป็นเด็กกรุงเทพที่ไม่ต้องห่างบ้านไปเรียนไหน
จดหมายจะไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่จะเป็นการ์ดในวาระโอกาสต่าง ๆ จากเพื่อน ๆ
ที่รื้อกลับมานั่งอ่านทีไร ก็สุขใจทุกที (ซิน่า)

เลยเดาได้ว่า อืมม์ใครจะตัดใจทิ้งได้ ใช่ไหม

#2 By กระเต็น (58.8.168.184) on 2009-01-23 20:07

นั่นแหละนะ เสน่ห์ของจดหมายที่เทคโนโลยีใหม่ๆไม่อาจมี
บางทีการติดต่อเดี๋ยวนี้มันง่ายเกินไป จนไม่รู้ว่าเวลาที่กดรับโทรศัพท์ ปลายสายคิดถึงหรือว่าแค่ไม่มีอะไรทำ...

จดหมายของฉันถูกเก็บอยู่ในลิ้นชัก
ลิ้นชักอันหนึ่งเอาไว้เก็บจดหมายของแฟนเก่าคนที่คบกันนานที่สุด
แต่ลูกกุญแจหายไปไหนไม่รู้ ในว่าพระเจ้าคงไม่อยากให้รื้อฟื้นความทรงจำ

ลิ้นชักอีกอันเอาไว้เก็บจดหมายเพื่อนและคนอื่นๆ อันนี้ที่ล็อกเสีย รู้สึกว่าต้องถูกที่บ้านแอบอ่านแน่ๆ

จดหมายหลายฉบับส่งคืนเจ้าของ บางฉบับถูกเพื่อนแกล้งเอาไปซ่อนแล้วก็ทำหายจริงๆ บางฉบับก็ขยำทิ้งด้วยอารมณ์ในวัยเด็ก

เฮ้อ... ทำไมจดหมายมันกลายเป็นเรื่องความหลังไปซะได้ big smile

#3 By นกไร้ขา on 2009-01-23 20:39

คุณกระเต็น

การ์ด ก็เป็นของที่ทิ้งไม่ได้ อีกอย่างค่ะ
big smile

นกไร้ขา
ชวนคิดมากค่ะ คิดถึง หรือว่า แค่ไม่มีอะไรทำ..อืม เนอะ
big smile

#4 By friday on 2009-01-23 20:45

อืม เคยเขียนจดหมายหาใครสักคนบ่อย ๆ อยู่ช่วงนึง เวลาที่ทางโน้นตอบกลับมา อ่านไม่รู้กี่สิบรอบ (พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า)

หวังว่า วันนึง คุณพี่จะได้รับจดหมาย (แจ้งการแต่งงาน) จาก น้องสาวตัวร้ายคนนี้นะเจ้าคะ ฮรี่ๆ

#5 By pikachuu (125.25.143.84) on 2009-01-23 22:18

เป็นคนชอบเขียนจดหมาย..
และชอบรับจดหมายค่ะ...

กว่ากระดาษเขียนถ้อยคำ..
จะเดินทางไปถึงผู้รับ..
มันช่วยเพิ่มมูลค้าให้กับความคิดถึง..

จดหมายเก่าๆ..

กลับไปอ่านกี่ครั้ง..
ก็รู็สึกดีทุกครั้งจริงๆ..big smile
จดหมาย โปสการ์ด มีความหมายีท่ซ่อนอยู่มากกว่าที่จะเป็นเพียงแค่ตัวหนังสิอ ลายมือเป็นสิ่งหนึ่งมีเสน่ห์ และบางครั้งความพยายามที่พูดจะบอกอะไรในนั้นผ่านการเขียน มันมีความเป็นหัวใจมากกว่า...

ขอบคุณครับ
รู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านจดหมายเก่า
เหมือนความทรงจำเก่าๆมันได้กลับมาหาเราอีกครั้งbig smile
ดีใจนะที่ยังเก็บไว้ และไม่คิดจะส่งกลับมา
ก็เขียนไปแล้ว และมันก็เป็นของเธอ
เป็นความทรงจำดีๆ ที่หาไม่ได้ง่ายๆอีกแล้วเก็บไว้เถอะ

#9 By nupang (63.167.255.156) on 2009-01-26 10:14

เอ่อ... ไม่ได้อยู่ร่วมมหาลัย ...
แล้ว มีโปสการ์ดของเฮากี่ใบอ่ะ
......
ปล. แม่เข้าไปเคลียร์ที่ห้องนอน..ด้วยหรือเปล่า..

question
...จดหมายเหตุ แห่ง ศรีราชา

#10 By ta_THINK_nhong on 2009-01-26 10:52

เคยใช้ชีวิตผ่านตู้ไปรณีย์ อยู่หลายปี
เป็นความทรงจำที่จับต้องได้ จริงๆ ทิ้งไม่ลงเช่นกันค่ะ

#11 By (-(エ)-*) ลา..ริน on 2009-01-26 17:18

ฉันคิดถึงเธอ

ฉันชอบโปสการ์ดของเธอ

big smile

#12 By walk my own way ^^ on 2009-01-29 10:45

ความทรงจำเราหลงลืมได้ แต่ทิ้งไม่ลงหรอกครับ
น้องสาวผมส่งกล่องลังใหญ่มาที่ปาย ภายในนั้นบรรจุไว้ด้วยสมุดบันทึกแบบเชยๆอยู่หลายเล่ม เวลากลับมานั่งเปิดอ่าน ก็ตลกดี เขียนอะไรหว่า ฮะฮะ
ผมก็เลยถือโอกาศจัดห้องเสียใหม่ และเอาความทรงจำเหล่านั้นมาจัดเรียงเสียใหม่.

#13 By กระต่ายเขียว (202.149.24.161) on 2009-02-01 22:35

เคยมั้ย อ่านจดหมายของตัวเองที่จะส่งไปให้ใครบางคน ..ผ่านไป 11 ปี.. จดหมายก็ยังไม่ได้ส่งถึงคนที่เขียนถึง..วันนี้ถ้าส่งไป ลูกเค้าก็คงอายุ 2 ขวบนิดๆ

#14 By dok_lamduan (125.26.2.255) on 2009-02-03 15:45

เมื่อก่อนเคยส่งจดหมายหาเพื่อนในนิตยสารเธอกับฉันด้วย สงสัยเมื่อก่อนเป็นคนขี้เหงา แต่โตขึ้นมากับชินกับความเหงาได้.

#15 By กระต่ายเขียว (119.42.78.189) on 2009-02-04 10:09

"เคหวัตถุ" นั้น ไม่ได้สำคัญที่การใช้สอย

แต่สำคัญ ที่แต่ล่ะชิ้นบรรจุกาลเวลา"อดีต" ไว้ในนั้น

เพื่อที่เราจะมองย้อนกลับไป ยิ้มอย่างเข้าใจ เพื่อจะก้าวเดินต่อไป

big smile

#16 By tiew@fine on 2009-02-17 00:20

ตั้งแต่ปีใหม่มา ไม่ได้เขียนโปสการ์ดหรือจดหมายส่งถึงใครเลย
เป็นอาการเบื่อๆ เซ็งๆ กับเรื่องรอบตัวเป็นระยะๆ กลาย
เป็นพาลกระทบกับหลายเรื่องไปด้วย
ขอบคุณสำหรับโปสการ์ด ตัวหนังสือที่ส่งมาให้ชุ่มใจด้วยค่ะ

หายไปนาน
สบายดีนะคะ
หลายๆ คนที่เคยได้เห็นตัวหนังสือ
ผ่านหน้าจอตรงนี้ ก็ห่างๆ หายๆ ไป
คิดถึงนะ หวังว่าคงสบายดีนะคะ ^^

#17 By moodee on 2009-03-08 10:38

สัมผัสได้เลยถึงความรู้สึก
ที่ตึกจดหมาย ในยามนั้น

คิดถึง มอ.จัง...

#18 By ชรันจ์ (58.9.10.203) on 2009-03-13 20:25

หวัดดีฝ้าย ตอนนี้กระต่ายเขียวได้ทำการยึดพรรคยูโธปายแล้ว

#19 By the utopai party on 2009-04-04 17:24

เพิ่งได้มาอ่านเอนทรีนี้เอง
ตกหล่นไป

อ่านแล้วชวนให้คิดถึง

คิดถึงอะไรไม่รู้สิ

#20 By มโนภาพ on 2009-05-13 00:17

เวลาชอบพาคนใหม่มา

ในขณะที่บางคนหล่นหายไป

จดหมายอ่ะ คลาสสิคสุดๆแร้ววว >,.<

#21 By o_O!! on 2009-05-13 22:34

มาช้าก็ต้องรับแท็ก
มาช้าก็ต้องรับแท็ก
มาช้าก็ต้องรับแท็ก

question

แวะมาสะกดจิต

ฮ่าๆๆๆๆๆ

#22 By มโนภาพ on 2009-05-21 22:33