คืนสุดท้าย ของปี 50

ที่ถนนสายหลักของเมืองหลวงฯ ร้านอาหาร เก๋ ฮิป จุดไฟ จุดโคม สวยงาม
บรรยากาศชวนนั่งจิบไวน์ สบตา กับใครบางคน
แต่ว่า โปรแกรมตามใจเจ้าภาพ ยังไม่จบ

เพื่อนสาวคนลาว อยากให้ไปที่ศาลากลาง 
ซึ่งเป็นสถานที่ countdown อย่างเป็นทางการ ของเมือง
"ปีที่แล้วก็ไปมา สนุกดี มีการแสดงพื้นเมืองหลายอย่าง และคอนเสิร์ต" เธอว่า
อืม...ก็ในเมื่อ ถึงยังไง ก็ไร้คนสบตา ปีนี้ลอง countdown แบบคนลาวก็ดีเหมือนกัน

แต่ยังก่อน....เพราะมื้อเย็นวันนี้ ต้องไปกินข้าวที่บ้านพ่อเพื่อน
ซึ่งมีพิธีอะไรบางอย่าง คล้าย ๆ แซยิด พอถามว่าวันนี้วันเกิดพ่อหรอ
ปรากฏลูกสาวพ่อเอง  ก็ไม่แน่ใจ
ไปก็ไป (จริง ๆ คือ ต้องไป) ยังไงอาหารเมืองหลวงฯ แบบโฮมเมด ก็อร่อยกว่าตามร้านอยู่แล้ว






ไปถึง มีผู้เฒ่า ผู้แก่ นั่งกันอยู่หลายคน ดูเหมือนพิธีคล้ายแซยิด จะจบไปแล้ว
อาหารถูกนำมาวางเรียงราย มากมาย บนโต๊ะ พร้อมข้าวเหนียวกระติบใหญ่
ถ้าของไทย คือ ต้ม ผัด แกง ทอด 
ที่นี่ คงเป็น ต้ม หมก ลาบ นึ่ง  ส่วนของทอดมีน้อย
อาหารเมืองหลวงฯ รสชาติไม่จัด มีรสกลาง ๆ อ่อน ๆ  รสธรรมชาติ
ลาบจะคล้าย ลาบทางเหนือของไทย ไม่เหมือนทางอีสาน
ทุกมื้อมีผักสดหวานกรอบ หลากหลายชนิด เคียงคู่
สุขภาพท้อง ดีขึ้นอย่างรู้สึกได้

เมื่ออิ่มหนำสำราญกันดี แม่ก็เรียกไปนั่งตรงเสื่อ ที่ผู้เฒ่า ผู้แก่ นั่งอยู่
เริ่มจากคู่บ่าว สาว หมาด ๆ ที่ยกผ้าเช็ดตัวใส่พาน ไปให้
แม่เฒ่า เริ่มผูกข้อมือ สู่ขวัญ...
ต่อด้วย เพื่อนสาวผู้จากบ้านไปอยู่เมืองไกล กลับมาก็ต้องรับขวัญ
และพวกเรา ไทย ญี่ปุ่น ที่มาเยือนเมืองหลวง ก็ได้รับขวัญเช่นกัน
แม่ ๆ ทั้งหลาย ประมาณ 4 - 5 คน
จะเข้ามาผูกข้อมือ ทั้งสองข้าง ทีละคน
พร้อมให้พร เป็นกลอนยาว ๆ (คล้ายพิธีในงานแต่ง)
แม่เฒ่า หน้าตาเหี่ยวย่น ด้วยริ้วรอยมากมาย ตั้งอกตั้งใจให้พร ด้วยรอยยิ้ม
แม้จะฟังไม่ออกทั้งหมด... แต่ตอนนั้น รู้สึกอบอุ่นมาก อุ่นจนไปถึงขอบตา
แล้วเราก็จากมา แบบข้อมือเต็มไปด้วยด้ายขาว ที่ผูกใจ ผูกพัน






ที่ศาลากลาง งานเป็นไปแบบเรียบง่าย มีคนมาร่วมงานเยอะพอดู ทั้งลาว ทั้งเทศ
แต่ด้วยข้อมูลที่ผิดพลาด ปรากฎว่า การแสดงพื้นเมืองและคอนเสิร์ต มีไปแล้วเมื่อคืนก่อน
เมื่อซื้อปี้ (ตั๋ว) คนละแสนกีบ ไปแล้ว เลยต้องนั่งจิบเบียร์ลาว กลางลมหนาว กันไป

แล้วฉันก็นับถอยหลัง ไปพร้อมกับผู้คนมากมาย ในคืนนั้น
เสียงหัวเราะรายล้อม เสียงเพลงเร่งเร้า ให้ออกไปครึกครื้น
พลุสว่างไสว แดง เหลือง ม่วง เขียว กระจาย ประกาย สวย
รื่นเริงกัน ข้ามวัน ข้ามคืน ข้ามปี

ประมาณเกือบตี 2 ตอนจะเดินกลับ ไฟมอด (ดับ) ทั้งเมือง
เราเดินกันท่ามกลางความมืด หากฟ้ามีดาวพราวนับล้าน ฉันมีความสุขดี
แต่ว่า...แต่ว่า...
ยังคิดถึงพระจันทร์ ในคืนนั้น







*ชื่อเอนทรี่นี้ มาจากเนื้อเพลง เพลง หยุด ของ MONOTONE

 

 

 

edit @ 26 Feb 2008 01:37:52 by friday

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คุณป้าคับ ... สมัยคุณป้ายังสาว ๆ ตอนอยู่ยี่ปุ่น มิเห็นคุณป้าจะเขียนได้ขนาดนี้เลยคับ ...แต่กับลาว .. ประเทศที่มีอะไรบางอย่างเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณป้า ... จำได้แม่นยำ เขียนเป็นเรื่องราวได้ขนาดนี้ อิอิ

... สรุป.. ต้องไปมั่งใช่มะ ประเทศลาวนี่ ...

#1 By pikachuu (218.217.18.222) on 2008-02-01 23:15

ปิกาจู คับ

สมัยนั้น มันว่างนักแน่ะ ไหนจะเรียน ไหนจะเที่ยว เด๋วสอบอีกแล้ว
บ้านก็ต้องถู กับข้าวก็ต้องทำ เดินอีกวันละห้าโล
จะให้เอาแรงที่ไหนมาเขียนเยอะละคับ
แถมยังสมาธิแตกซ่าน เป็นระยะ พระศุกร์เข้า พระเสาร์ ราหูอม

question

#2 By friday on 2008-02-01 23:26

เดินใต้ท้องฟ้าที่มีดาวนับล้าน .. ปูคงไม่อยากให้ถึงเช้าแน่ๆเลย..ถึงไม่มีใครสบตา ขอสบตากับดาวก็สุขใจแล้ว
...confused smile
Lady

ใช่ค่ะ เดินไปมองดาวไป
หวังว่า คงมีใครมองเราจากบนนั้น แล้วรีบลงมาเกิดสักที question

#4 By friday on 2008-02-01 23:50

เฮ้อ...(อีกรอบ..จะเป็นไรไป)
อ่านแล้วก็ปรากฏภาพในคืน Count down ของตนเอง ที่ผ่านมาอย่างห่อเหี่ยว...
แต่จะเป็นไรไปเล่า...
ถ้ายังคงมีหนึ่งปีให้ระลึกถึงพระจันทร์ในนั้น(อยู่ร่ำไป)
...ใครจะรู้ได้ คืนหนึ่งที่ count down ในลาว อาจจะเป็นคืนที่เก็บมาคิดแล้วอมยิ้มให้กับตัวเอง ก็เป็นได้
เชื่อฉันซิ!!! คืน Count down กับใครก็ไม่สนุกใจเท่าอยู่กับเพื่อน แต่กับใครสักคนอาจจะเก็บไว้ส่วนลึก ๆ ในนึกถึงก็เพียงพอ...
บางครั้งมนุษย์ก็กำหนดกฎเกณฑ์อะไรที่ออกจะดูขำ ๆ ดีเหมือนกัน
"คืนพิเศษ ต้องอยู่กับคนพิเศษ" ทฤษฎีนี้ไม่แม่นยำเสมอไปหรอก...
คำชี้นำจากคนเคย Count down ที่กระบี่เมื่อปี 2002

#5 By ta_THINK_nhong on 2008-02-02 11:20

ตะติ๊งโหน่ง
คงระลึกไปอีกนานเลยล่ะ big smile
แต่คืนเค้าดาวน์ที่กระบี่ ก็สนุกดีนะ บรรยากาศได้เลย ฝรั่งเยอะดี ฮ่า ๆ

#6 By friday on 2008-02-02 12:34

เดินแหงนหน้ามองดาว
ไม่มองพื้น
ระวังหกล้ม!!!
"และฉันยังตามมาอ่าน"

ขอเขียนเติมชื่อเรื่องหน่อยเน้อ 555

เออ คือยังไม่ถึงวันกลับใช่ป่ะ ถ้างั้นคงมีเรื่องเล่าจากดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง มาให้คนที่ยี่ปุ่นแปลกใจได้อีกสักระลอกสองระลอกนิ

ทำไปทำมา อ่าน comment สนุกเลยล่ะ
ตอบได้ฉับไวอะไรปานนั้น

#8 By กระเต็น (58.8.171.108) on 2008-02-02 15:22

ฉันอยากไปลาวมากเลย
สักวันจะหาโอกาสไปให้ได้ค่ะbig smile

#9 By นกไร้ขา on 2008-02-02 19:23

คุณ friday ค๊า..
เอาขนาดนั้นเลยเหรอค๊า..ให้รอนานไปรึเปล่า
sad smile

อบอุ่นดีเนอะ
เวลาไปต่างบ้านต่างเมือง
นอกจากบรรยากาศตามเทศกาลแล้ว
บรรยากาศใหม่ๆ ท่ามกลางคนแปลกหน้า(ก็ว่าได้)
ยังอบอุ่นและอยู่ในความทรงจำแม่นยำจริงๆ big smile

#11 By moodee on 2008-02-02 23:18

เห็นด้วยทุกประการ โดยเฉพาะที่บอกว่าฝรั่งเยอะดี อิอิ

#12 By ta_THINK_nhong on 2008-02-03 16:00

มีคนมาเล่าเรื่องเธอให้เราฟังอีกแล้วหระคนดี

ฉันคิดถึงเธอจัง big smile

#13 By แน็ก (124.180.49.163) on 2008-02-03 17:21

คนไม่มีหัวใจ
โชคดีค่ะ
ถึงรักหลวงพระบางขนาดไหน ก็ยังไม่อยากไปจูบพื้นน่า double wink

คุณกระเต็น
ข่าวดี คือ จบแล้วค่ะ ตอนแรกคิดว่าจะเขียนต่อ แต่พอมาดูอารมณ์รวม ๆ แล้ว คิดว่า จบตรงนี้ สวยแล้ว ประเด็นที่อยากเล่าก็เล่าหมดแล้ว
การเดินทางหลังจากนี้ ก็แนวเรื่อยเปื่อย ถ้าเขียนต่อ ต้องเก็บค่าโฆษณาจากเบียร์ลาว ล่ะ open-mounthed smile

wormearth
ไปให้ได้นะคะ และขอบคุณที่แวะมาค่ะ big smile

Lady (อีกรอบ)
ทำไงได้ ก็คงต้องรอเนอะ surprised smile

moodee
ความทรงจำแม่นยำเป็นเรื่อง ๆ ค่ะ
น่าแปลกมาก บางเรื่องก็ลืมได้สนิท เหมือนไม่เคยเกิดขึ้น embarrassed

ตะติ็งโหน่ง
จ้ะ แม่สาวโอท็อป question

แน็ก
คิดถึง ก็ไปหาเธอสิจ้ะ confused smile

#14 By friday on 2008-02-04 16:54

ร่ายมาเป็นระลอก(คลื่น)จนถึงบทที่หก ความจริงคือ ความประทับใจนั้นยากจะลืมเลือน

#15 By กระต่ายเขียว (118.172.4.206) on 2008-02-04 19:01

กระต่ายเขียว
เพราะว่า ประทับใจ คือ ร่องรอยที่มองไม่เห็นด้วยตา แต่รู้ด้วยใจ
ขออนุญาติ เจ้าชายน้อย นิดนึง
big smile
^
^
เอ่อ ขออภัย ล็อคอินสับสนเล็กน้อย sad smile

#17 By friday on 2008-02-04 19:49

เริ่มอ่านมาตั้งแต่หลวง 1...จนจบหลวง 6 จากที่เริ่มสงสัยก็เริ่มมั่นใจว่าอ๋อ..เพื่อนเราเอง...มาม๊าปลื้มค่ะ big smile อิจฉาจริง ๆ นะ อยากแฝงอยู่ในเสี้ยวชีวิตของเธอบ้างจังเลย ..แต่ได้อ่าน ได้รับรู้แม้จะขาดตอนไปบ้างก็อิ่มสุขไม่น้อย...surprised smile

#18 By hojek (58.8.36.97) on 2008-02-05 09:53

^
^
hojek
ใครอ่ะ โปรดเฉลย
แต่ก็ดีใจที่ชอบนะจ้ะ

big smile

#19 By friday on 2008-02-05 17:20

เคยมีโปรเจคไปเยือนหลวงพระบางเหมือนกันค่ะ

แต่โดนพระมารดาล้มไปก่อน เหอะๆ

เอาน่าสักวันคงได้มีโอกาสไปยืนใต้ฟ้าพร่างดาวของประเทศลาวสักที
Alonegirl
บอกคุณแม่นะคะ ว่า สาว ๆ เค้าไปคนเดียวกันเพียบเลยนะ
ค่อนข้างปลอดภัยนะ เที่ยวง่าย แต่ก็ต้องดูแลตัวเองดี ๆ จ้ะ

big smile

#21 By friday on 2008-02-06 20:11

ราหูเนี่ยชอบอมเวลาเราอยู่ห่างๆบ้านเน๊าะ มิรู้ว่ามันเป็นอะไร หุหุ

#22 By สมหญิง (124.157.167.25) on 2008-02-07 10:03

ยังไม่อยากเฉลยเลยได้ไหม..เพราะถ้าได้คุยกันต่อไปเราคิดว่าฝ้าย..ต้องคิดออกsurprised smile your're my best friend always..

#23 By hojek (58.8.39.169) on 2008-02-08 10:11

สมหญิง
งง จ้ะ embarrassed

hojek
ได้ ได้ งั้นเด๋วค่อยเฉลยละกันนะจ้ะ
my best friend (จะ wedding เมื่อไหร่ก็บอกนะ)
double wink


โอยย... ผิดอีกแล้ว sad smile

#25 By friday on 2008-02-08 13:40

^-^' คิดถึงสเน่ห์ลาวเหมือนกันแฮะ
Land of Smile ของจริงเลย
อ่านคอมเม้นท์มันกว่าอ่านเรื่องอีกนะเนี่ย

เอาไว้ปีหน้ามาcount down ที่ ที่ทำงานฉันดูบ้างสิ
รับรองว่า ฝรั่งเยอะๆๆๆๆๆๆดีเหมือนกันนะ 555

#27 By nupang (63.167.255.152) on 2008-02-08 15:59

คุณ STARBUCKS! (ขอเรียกสั้น ๆ แค่นี้นะคะ)
ใช่ค่ะใช่ เป็นที่ ที่อยากกลับไปอีกเรื่อย ๆ
สบายใจดี ที่ได้ไป คนเมืองหลวงฯ น่ารัก

นู๋แป้ง
แค่ชอบบรรยากาศฝรั่งจ้ะ ไม่ได้ชอบฝรั่ง
ไม่ชอบคุยกับใคร แล้วสื่อสารได้ไม่ลึกถึงขั้ว question

#28 By friday on 2008-02-08 16:18

บางทีเพราะวันปีใหม่ เป็นวันแห่งการเริ่มต้นใหม่สำหรับใครหลายคน
แต่สำหรับคนบางคนที่เวลาอาจถูกหยุดไว้ที่ไหนสักแห่งระหว่างทางมั้งคะ
ฉันเลยคิดถึงเพลงนี้ขึ้นมา big smile

#29 By นกไร้ขา on 2008-05-04 00:39