โลกยังคงหมุนไป ฉันยังคงหายใจ
posted on 01 Feb 2008 20:05 by fridaydiary in luang-prabang

คืนสุดท้าย ของปี 50
ที่ถนนสายหลักของเมืองหลวงฯ ร้านอาหาร เก๋ ฮิป จุดไฟ จุดโคม สวยงาม
บรรยากาศชวนนั่งจิบไวน์ สบตา กับใครบางคน
แต่ว่า โปรแกรมตามใจเจ้าภาพ ยังไม่จบ
เพื่อนสาวคนลาว อยากให้ไปที่ศาลากลาง
ซึ่งเป็นสถานที่ countdown อย่างเป็นทางการ ของเมือง
"ปีที่แล้วก็ไปมา สนุกดี มีการแสดงพื้นเมืองหลายอย่าง และคอนเสิร์ต" เธอว่า
อืม...ก็ในเมื่อ ถึงยังไง ก็ไร้คนสบตา ปีนี้ลอง countdown แบบคนลาวก็ดีเหมือนกัน
แต่ยังก่อน....เพราะมื้อเย็นวันนี้ ต้องไปกินข้าวที่บ้านพ่อเพื่อน
ซึ่งมีพิธีอะไรบางอย่าง คล้าย ๆ แซยิด พอถามว่าวันนี้วันเกิดพ่อหรอ
ปรากฏลูกสาวพ่อเอง ก็ไม่แน่ใจ
ไปก็ไป (จริง ๆ คือ ต้องไป) ยังไงอาหารเมืองหลวงฯ แบบโฮมเมด ก็อร่อยกว่าตามร้านอยู่แล้ว

ไปถึง มีผู้เฒ่า ผู้แก่ นั่งกันอยู่หลายคน ดูเหมือนพิธีคล้ายแซยิด จะจบไปแล้ว
อาหารถูกนำมาวางเรียงราย มากมาย บนโต๊ะ พร้อมข้าวเหนียวกระติบใหญ่
ถ้าของไทย คือ ต้ม ผัด แกง ทอด
ที่นี่ คงเป็น ต้ม หมก ลาบ นึ่ง ส่วนของทอดมีน้อย
อาหารเมืองหลวงฯ รสชาติไม่จัด มีรสกลาง ๆ อ่อน ๆ รสธรรมชาติ
ลาบจะคล้าย ลาบทางเหนือของไทย ไม่เหมือนทางอีสาน
ทุกมื้อมีผักสดหวานกรอบ หลากหลายชนิด เคียงคู่
สุขภาพท้อง ดีขึ้นอย่างรู้สึกได้
เมื่ออิ่มหนำสำราญกันดี แม่ก็เรียกไปนั่งตรงเสื่อ ที่ผู้เฒ่า ผู้แก่ นั่งอยู่
เริ่มจากคู่บ่าว สาว หมาด ๆ ที่ยกผ้าเช็ดตัวใส่พาน ไปให้
แม่เฒ่า เริ่มผูกข้อมือ สู่ขวัญ...
ต่อด้วย เพื่อนสาวผู้จากบ้านไปอยู่เมืองไกล กลับมาก็ต้องรับขวัญ
และพวกเรา ไทย ญี่ปุ่น ที่มาเยือนเมืองหลวง ก็ได้รับขวัญเช่นกัน
แม่ ๆ ทั้งหลาย ประมาณ 4 - 5 คน
จะเข้ามาผูกข้อมือ ทั้งสองข้าง ทีละคน
พร้อมให้พร เป็นกลอนยาว ๆ (คล้ายพิธีในงานแต่ง)
แม่เฒ่า หน้าตาเหี่ยวย่น ด้วยริ้วรอยมากมาย ตั้งอกตั้งใจให้พร ด้วยรอยยิ้ม
แม้จะฟังไม่ออกทั้งหมด... แต่ตอนนั้น รู้สึกอบอุ่นมาก อุ่นจนไปถึงขอบตา
แล้วเราก็จากมา แบบข้อมือเต็มไปด้วยด้ายขาว ที่ผูกใจ ผูกพัน

ที่ศาลากลาง งานเป็นไปแบบเรียบง่าย มีคนมาร่วมงานเยอะพอดู ทั้งลาว ทั้งเทศ
แต่ด้วยข้อมูลที่ผิดพลาด ปรากฎว่า การแสดงพื้นเมืองและคอนเสิร์ต มีไปแล้วเมื่อคืนก่อน
เมื่อซื้อปี้ (ตั๋ว) คนละแสนกีบ ไปแล้ว เลยต้องนั่งจิบเบียร์ลาว กลางลมหนาว กันไป
แล้วฉันก็นับถอยหลัง ไปพร้อมกับผู้คนมากมาย ในคืนนั้น
เสียงหัวเราะรายล้อม เสียงเพลงเร่งเร้า ให้ออกไปครึกครื้น
พลุสว่างไสว แดง เหลือง ม่วง เขียว กระจาย ประกาย สวย
รื่นเริงกัน ข้ามวัน ข้ามคืน ข้ามปี
ประมาณเกือบตี 2 ตอนจะเดินกลับ ไฟมอด (ดับ) ทั้งเมือง
เราเดินกันท่ามกลางความมืด หากฟ้ามีดาวพราวนับล้าน ฉันมีความสุขดี
แต่ว่า...แต่ว่า...
ยังคิดถึงพระจันทร์ ในคืนนั้น
*ชื่อเอนทรี่นี้ มาจากเนื้อเพลง เพลง หยุด ของ MONOTONE
edit @ 26 Feb 2008 01:37:52 by friday

อยากแฝงอยู่ในเสี้ยวชีวิตของเธอบ้างจังเลย ..แต่ได้อ่าน ได้รับรู้แม้จะขาดตอนไปบ้างก็อิ่มสุขไม่น้อย...
... สรุป.. ต้องไปมั่งใช่มะ ประเทศลาวนี่ ...
#1 By pikachuu (218.217.18.222) on 2008-02-01 23:15