นกเดียวดาย ยังคงบินไป
posted on 12 Jan 2008 02:26 by fridaydiary in luang-prabang

"จากด้านขวาหน้าต่างเครื่องบิน
ในความมืดสลัว มีเส้นสายสีเงินยวง ที่เบื้องล่าง
ถ้าเพ่งมองดี ๆ นั่นคือ สายน้ำโขง ที่เดินทางมาแสนไกล
ยิ่งใกล้ถึงเมืองหลวงพระบาง
แสงไฟ เริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่ใช่แสงเรืองรอง ดั่งดาวหลายล้านดวง เช่น เมืองอื่นใด
แต่เป็นแสงวอมแวม สีนวล ที่มีอาจมีแสงเทียนปะปน
แลนด์มาร์กแรก ที่เห็น ไม่ใช่ตึกสูงระฟ้า
แต่เป็น ธาตุพูสี สีทองเด่น
ที่เครื่องบินลดระดับ จนมาอยู่ระนาบเดียวกัน
หลวงพระบาง...ยังไม่ทันได้สัมผัส
ก็หลงรัก แต่แรกเห็น"
นั่นคือ ความทรงจำเดิมของปีก่อน
กับภาพแรกของหลวงพระบาง
ส่วนคราวนี้ ได้ที่นั่งติดปีก
เลยไม่ได้เห็นทั้งสายน้ำโขง และธาตุพูสี
หนสอง มีอะไรแตกต่างกันมากมาย
ครั้งแรกบินเดี่ยว มานัดเจอกับพี่สาวเพื่อนที่ไม่เคยเห็นหน้า
มีลุ้น มีตื่นเต้น ว่าจะหากันเจอไหม
ครั้งนี้ เธอมารับพร้อมคู่หมั้น ที่เพิ่งผ่านพิธีมาเมื่อวาน
โบกมือให้กัน ตั้งแต่ยังไม่ถึงทางออก
โลกร้อนขึ้น หลวงพระบางก็ไม่พ้นวงจรนี้
ต่างกันถึงสิบองศา ในเวลาเดิม
24 องศาเซลเซียส อากาศยามหัวค่ำ
วันอันแสนยาวนาน ยังไม่จบสิ้นง่าย ๆ
เพราะค่ำคืนนี้ ที่บ้านเพื่อนยังมีงานฉลอง
งานเลี้ยง ก่อนจะมีงานแต่งงานในวันรุ่งขึ้น
อาหารสารพัด ผักสด ข้าวเหนียว เฝอ
และที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด...
เบียร์ลาว ที่คิดถึง
" มื้อแรกของหลวงพระบาง
ถูกต้อนรับด้วยส้มตำ ต้มยำปลา
และครั้งแรกกับเบียร์ลาว รสละมุน ริมแคมโขง
คืนนั้นก่อนจะหลับใหล เพราะความเหนื่อยอ่อน
ฉันยังยิ้มอยู่คนเดียว
แม้ปีกหัก สุดท้ายก็ยังมาถึง
และแม้จะโดดเดี่ยว แต่ฉัน ก็ยังไม่เหงา...."
edit @ 18 Jan 2008 22:20:22 by friday
อ่านมากำลังจะบิ๊ว ๆ เลย มาตายตอนจบ ด้วยของกิน งั่ม ๆๆ อยากกินส้มตำเว้ยเฮ้ย ... 
#1 By ~ใบไม้ที่สวยงาม~ on 2008-01-15 22:50