shirakawa go ยังได้พบพาน และความทำรู้จัก
posted on 17 Mar 2007 03:27 by fridaydiary in takayama.
8.45 น. คือ เวลารถเที่ยวแรกจากทากายามะ ไป ชิราคาวาโกะ (shirakawa go)
จากที่คิดว่า อาจต้องใช้เวลาที่ตลาดเช้า จนอาจพลาดรถเที่ยวนี้
สุดท้าย แม้จะแวะไปรษณีย์ แวะซื้อเสบียง แวะซื้อโปสการ์ด
ก็ยังมีเวลาเหลือเฟือ
ประมาณสองชั่วโมง บนเส้นทางขึ้นเขา คดเคี้ยว
ผ่านอุโมงค์ เลียบเขื่อน เลาะไปตามขอบเขา
ภาพที่ผ่านคล้าย ภาพขาวดำ สีขาวของหิมะ สีเทาของเทือกเขาฤดูหนาว
แล้วเราก็มาถึงชิราคาวาโกะ หมู่บ้านมรดกโลก ที่ใคร ๆ ก็ใฝ่ฝัน
สมัยเด็ก ๆ อ่านโดราเอมอน อยู่ตอนนึง
โนบีตะ กับโดราเอมอน หลุดเข้าไปในหมู่บ้านกลางหิมะ หมู่บ้านนึง ร้างไร้ผู้คน
บ้านในหมู่บ้าน เป็นบ้านหลังคาจั่วทรงสูง กลางบ้านมีเตาหลุมสี่เหลี่ยม ใช้ก่อไฟไล่ความหนาว
ทั้งคู่ เสียบปลาปิ้ง ปักบนเตา แล้วก็นั่งคุยกัน
เรื่องราวหลังจากนั้นเลือนไป...
บ้านในหมู่บ้าน เป็นบ้านหลังคาจั่วทรงสูง กลางบ้านมีเตาหลุมสี่เหลี่ยม ใช้ก่อไฟไล่ความหนาว
ทั้งคู่ เสียบปลาปิ้ง ปักบนเตา แล้วก็นั่งคุยกัน
เรื่องราวหลังจากนั้นเลือนไป...
แต่ว่าภาพบ้าน กับเตา ยังติดตา ติดใจ
Gasshozukuri (Gassho style house) คือ ชื่อบ้านลักษณะนี้
ทรงหลังคาบ้าน เลียนแบบมาจาก การพนมมือ (การไหว้)
เป็นสถาปัตยกรรมเฉพาะ (unique architecture)
ถูกออกแบบให้เข้ากับธรรมชาติ และประโยชน์ใช้สอย
บ้านบางหลัง แบ่งได้ถึง 5 ชั้น
.
.
.
..
ชิราคาวาโกะ เป็นหมู่บ้านชาวนา มีทุ่งนาอยู่รอบ ๆ บ้าน
ปัจจุบัน หลายหลังจะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าพัก
แต่ละหลัง จะมีห้องพักประมาณ 4 ห้อง ค่าที่พักจะรวมอาหารเช้า เย็น
เวลาอาหาร ทุกคนจะมารวมตัวกันที่ชั้นล่างสุดของบ้าน รอบ ๆ เตาหลุม
กินกันไป สนทนากับเจ้าของบ้านไป
ส่วนใหญ่เป็นคุณป้า คุณย่า คุณยาย อารมณ์ประมาณ โฮมสเตย์
แต่เพราะเทศกาลและเราจองช้าไป เลยพลาดประสบการณ์นี้ อย่างน่าเสียดาย
แต่ที่น่าเสียดายยิ่งกว่า คือ เรามาถูกเวลา แต่ผิดปี
เพราะปีนี้หนาวน้อย เลยอดเห็นภาพหมู่บ้านกลางหุบเขา ที่มีหิมะหนา
ภาพยอดฮิตของโปสการ์ดชิราคาวาโกะ
ว่ากันว่าบางปีหิมะหนามาก จนออกจากบ้านกันทางชั้นสอง
เราเดินกันเรื่อย ๆ เพราะจองเวลารถบัส ขากลับไว้ตอน 4 โมงเย็น
แดดจ้า สลับเมฆมาก อากาศแปรปรวนตามประสาประเทศหมู่เกาะ
บ้านส่วนใหญ่เปิดเป็นร้านขายของที่ระลึก
เป็นมิวเซียม เป็นร้านอาหาร เป็นที่พัก
บางหลังก็ปล่อยชำรุดทรุดโทรม อย่างน่าเสียดาย
ทุกอย่างไม่ได้สวยงาม เหมือนภาพในโปสการ์ด
บางหลังก็เป็นบ้านทรงปกติทั่วไป
มองไปมองมา เห็นจุดเสื่อมโทรมมากมาย
แอบฟังนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น คุยกับคุณยายเจ้าของบ้านที่เปิดเป็นมิวเซียม
ว่า ลำบากเหมือนกันนะ กับการเป็นมรดกโลก ทุกอย่างถูกควบคุม ไร้อิสระ
...เคยได้ยินเรื่องทำนองนี้ จากคนหลวงพระบางเหมือนกัน..
โลกยังเคลื่อนไป แต่บางสถานที่ต้องฝืนเวลาไว้...
สำรวจแนวราบเรียบร้อย
เราก็มุ่งหน้าขึ้นเขา สู่จุดชมวิว อันเป็นที่มาของโปสการ์ด
ฝืนแรงโน้มถ่วงกำลังหอบก็ถึง
คล้าย ๆ บรรยากาศทั่วไปของจุดชมวิว มีป้าย มีวันที่ ให้ไปตั้งท่าถ่ายภาพ
ไม่มีกล้อง ก็มีบริการถ่ายภาพ ถ่ายปุ๊บได้ปั๊บ ภาพจะไปติดหราหน้าร้านของที่ระลึก
ถึงมีกล้องมา พี่ช่างภาพก็ยังใจดี รับอาสาถ่ายให้ ไม่ต้องขอ ไม่คิดตังค์ ไม่หน้าบึ้ง
ข้อดีอีกอย่างของประเทศนี้
นั่งเล่น ชมวิว แล้วยังเวลาเหลือให้เขียนโปสการ์ด กว่าจะถึงเวลากลับ
ชิราคาวาโกะ แม้ไม่ได้เห็นภาพที่อยากเห็น
แม้บางมุม จะรกร้าง เสื่อมโทรม
แต่ยังไง ก็ยังเป็นหมู่บ้านที่ยังมีชีวิต
คุณป้า คุณย่า คุณยาย ยังคงรอคอย ยังยิ้มอบอุ่น
ข้าวในนายังคงเติบโต ปลาในลำน้ำเล็ก ๆ ริมถนน ยังว่ายวน...สุขใจ
และแม้จะไม่ได้เข้าใจลมหายใจหมู่บ้านอย่างลึกซึ้ง
แต่ก็ได้พบพาน และความทำรู้จัก
edit @ 2 Nov 2007 18:45:01 by friday



ยิ้มแบบหนาวๆ หิมะเต็มกะบาล
แบบว่างบประมาณน้อยอะ

#1 By pikachuu (203.188.52.184) on 2007-03-17 23:41