ฉันหลงรักเกียวโต

posted on 26 Jun 2006 12:38 by fridaydiary


 
ถ้าเมืองไทย พูดถึง "หน้าร้อน"
แล้วจะตามมาด้วย คำว่า "แล้ง" ล่ะก็
หน้าร้อนที่นี่ อาจจะฟังแปลก ๆ นิดนึง
เพราะคำว่า "ร้อนเขียวชอุ่ม" ฟังไม่คุ้นหู

ภูเขารอบเกียวโต กลายเป็นสีเขียว เขียว เขียว เขียวชอุ่ม
อากาศยามกลางวันร้อนระอุ ตามประสาเมืองแอ่งกระทะ
และเมื่อฟ้ามืดสนิท อุณหภูมิก็ยะเยือกเย็นจนปรับตัวไม่ทัน

วันนี้ตั้งใจไปทำกิจกรรมหลากหลาย แต่ทำสำเร็จแค่สองอย่าง
ไปวัดคิโยมิซุ วัดที่ไปบ่อยที่สุด ไม่มีฤดูกาลไหนที่จะพลาดไม่ไปวัดนี้
วัดที่หลงรัก ตั้งแต่เห็นภาพถ่ายของพ่อสมัยหนุ่ม ๆ
วัดที่เคยไปอธิษฐาน ขอให้ได้มาเรียนที่นี่ ได้อยู่เมืองนี้
และไปอธิษฐาน อยู่ทุกฤดูกาล

ทางเดินหินคุ้นเคยที่ผ่านแล้วผ่านเล่า
แต่ทุกครั้งก็จะพบเจอร้านที่ไม่เคยเห็น
ซอกเล็ก ๆ ที่ซุกซ่อนร้านน่ารัก ๆ
การเดินทางผ่านไปอย่างเชื่องช้า
เพราะมัวแต่เดินเบี่ยงซ้ายเบี่ยงขวา
ชื่นชมผลงานศิลปะ จากผ้า จากแก้ว จากดินเผา จากกระดาษ ฯลฯ
ยากนักที่นักท่องเที่ยว จากกลับไปมือเปล่า
อย่างน้อยแค่โปสการ์ดในถนนสายนี้ อาจพาให้เงินสะพรั่งปลิว โดยมิรู้ตัว

แล้วยังของกิน ขนม นานาชนิด
ร้านอาหาร ร้านน้ำชา กลางสวนเซน
แค่มองจากภายนอก ยังสัมผัสได้ถึงความงาม ความสงบใจ
เพียงจิบชา ชมสวน อาจพบกุญแจเซน ที่ซุกซ่อน

จากโลกเก่าแก่ ผ่านกลุ่มสาว ๆ ในชุดกิโมโน
สู่ความทันสมัย ของสถานีรถไฟเกียวโต
สถานีรถไฟที่สุดแสนโมเดิร์น
บันไดเลื่อนที่ยาวเหยียดต่อทอดเป็นพัก ๆ จากชั้นหนึ่งถึงดาดฟ้าชั้นสิบสอง
ปีกหนึ่งของสถานีคือ ห้างอิเซตัน ที่ช่วงนี้กำลังมีนิทรรศกาลศิลปะ

Wonderland of Picture Book illustrators
รวมภาพวาดประกอบนิทาน จากนักวาดภาพประกอบชื่อดัง
บางภาพเคยคุ้น หลายภาพเพิ่งเคยพบ
อิจฉาเด็กญี่ปุ่น ที่มีนิทานต่างชาติ ถูกแปล ให้อ่านมากมาย
ไม่รวมนิทานของตัวเอง ที่สร้างสรรค์ไม่น้อยหน้าใคร

ก่อนถึงงานศิลปะ ในแผนกสินค้าเด็ก ของห้างอิเซตัน
พบร้านตัดผมเด็ก แสนน่ารัก เก้าอี้นั่งเป็นรถคันเล็ก เหมือนรถเด็กเล่นหยอดเหรียญตามห้างไทย
บรรยากาศในร้าน เหมือนร้านของเล่นมากกว่า
มีเด็ก นั่งกันเต็มรถ เต็มตัวตุ๊กตา มีช่างกำลังตัดผมคุณหนูทั้งหลายอย่างตั้งใจ
คุณหนูผู้ชาย ผมสั้น ซอยสวยงามรับหัวทุย
คุณหนูผู้หญิง ผมสไตล์หวาน น่ารัก
คุณพ่อ คุณแม่ ก็ยืนรอลุ้นกันร่าเริง

เวลาเดินรวดเร็ว ขณะแยกย้ายกันกลับ ก่อนลงไปใต้ดินเพื่อขึ้นรถไฟ
แวะถ่ายภาพแม่น้ำ ที่ตอนนี้ร้านริมน้ำพากันต่อชานออกมานั่งรับลม
ชานริมน้ำเหล่านี้ จะทำเฉพาะหน้าร้อน โดยมีเทศบาลเมืองเกียวโตส่งคนมาทำให้
ร้านอาหารเพียงจ่ายเงิน และไปเก็บเงินเพิ่มกับลูกค้า ที่ต้องการนั่งที่ชานริมน้ำ
เป็นราคาพิเศษ แลกบรรยากาศหน้าร้อน อันแสนสั้น
เป็นประเพณียาวนานของเมืองนี้ ที่ใคร ๆ ก็อยากได้ลิ้มลองสักครั้ง ถ้ากระเป๋าตังค์หนักพอ

ขณะที่ริมชายน้ำ ก็มีหนุ่มสาว นั่งเล่นเป็นคู่ ๆ ทิ้งระยะห่างกันพอประมาณ
บางคู่ใช้พื้นที่เยอะ บางคู่ใช้พื้นที่เพียงคนครึ่ง
จะสวีทหวานขนาดไหน ไม่มีใครว่า

ที่กลางสะพาน ทำนองแจ๊สแว่วมา ให้เดินตามไป
The Girl From Ipanema กำลังบรรเลงโดยสามหนุ่ม
หนึ่งแซ็กโซโฟน หนึ่งกลอง หนึ่งเบส
ในค่ำคืนของฤดูร้อน สายลมเย็น เป็นความสุข ส่งท้ายแห่งวัน
บนรถไฟขากลับ
แอบฮัมเพลง I love Paris  แต่เปลี่ยนเป็น Kyoto แทน

I love Kyoto in the summer.........


 

 

 

 

edit @ 2 Nov 2007 22:14:10 by friday

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชอบนะ
อ่านแล้วรู้สึกได้
เหมือนไปเดินอยู่ข้างๆ

#1 By อากาศกวี on 2006-06-26 13:02

อืมม์~ น่ารักจริงๆด้วย เกียวโต

#2 By walk my own way ^^ on 2006-06-27 08:55

รู้สึกได้ถึงกลิ่นของฤดูร้อน ชื่นใจ ปลอดโปร่ง...



#3 By blunetty (61.7.139.116) on 2006-06-27 15:30

ต่างจากเมืองที่อยู่ลิบลับ อ่ะนะ
อยากหลงรักเกียวโตแบบนี้บ้าง

#4 By ตะติ๊งโหน่ง (61.7.142.251) on 2006-07-08 14:11

หลงรัก KYOTO เหมือนกันแม้จะได้สัมผัสเธอในช่วงเวลาสั้นๆ แค่ สองวัน แต่พอจากมาอยู่อีกเมืองยังอยากจะนั่งรถไฟกลับไปอีกคนเดียว เพราะตอนที่อยู่ KYOTO กล้องตัวน้อยดันไม่ยอมทำงานเลยคิดว่าจะกลับไปถ่ายภาพอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้กลับไป เพราะต้อง
ไป HAGONE อ่านแล้วอยากกลับไปใหม่จริงๆ

#5 By (58.9.146.36) on 2008-03-20 12:36

หลงรัก KYOTO เหมือนกันแม้จะได้สัมผัสเธอในช่วงเวลาสั้นๆ แค่ สองวัน แต่พอจากมาอยู่อีกเมืองยังอยากจะนั่งรถไฟกลับไปอีกคนเดียว เพราะตอนที่อยู่ KYOTO กล้องตัวน้อยดันไม่ยอมทำงานเลยคิดว่าจะกลับไปถ่ายภาพอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้กลับไป เพราะต้อง
ไป HAGONE อ่านแล้วอยากกลับไปใหม่จริงๆ

#6 By hasana (58.9.146.36) on 2008-03-20 12:37

อยากให้เมืองไทยมีคนใส่ชุดไทยเข้าวัดกันบ้าง
นุ่งโจง กะสไบ
คงจะน่ารักน่าดู surprised smile

#7 By N A R C O T I C N A I V E on 2008-04-01 01:45